การดูแล และ ให้การรักษา : ต่างกันอย่างไร


   

 

เด็กๆหลายคนมาถึงบ้านแกร์ด้า ในสภาพร่างกายและ จิตใจที่ย่ำแย่ ซึ่งมันใช้เวลาหลายเดือน ที่จะพัฒนาสภาพต่างๆให้ดีขึ้น .นี่คือตัวอย่างเล็กๆ ของเด็กที่มาถึงบ้านแกร์ด้าในสภาพที่อ่อนแอ.

อ๋อย

เมื่อแม่ของอ๋อยตายด้วยโรคเอดส์ อ๋อยถูกพาไปวัดที่ดูแลผู้ป่วยเอดส์พร้อมกับพ่อซึ่งในไม่ช้าก็ตายจากไป อ๋อยจึงถูกพามาที่บ้านแกร์ด้าในสภาพที่แย่มาก ระดับภูมิคุ้มกัน CD4 ของเขาต่ำมาก มีแค่ 1 % และมีน้ำหนักแค่ 6 กิโลกรัม ทั้งๆที่อายุ 4 ขวบ เขาเป็นวัณโรค มีเชื้อราในปาก ท้องร่วง และ อาเจียนตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น อ๋อยมักจะอารมณ์แปรปรวน ร้องไห้โยเย และไม่สามารถพูดได้

หลังจาก 6 เดือนของการดูแล อาการของเขาดีขึ้นนิดหน่อย ภูมิคุ้มกันยังเท่าเดิม พวกเรารู้สึกกังวลมาก แต่หลังจาก 8 เดือนผ่านไป เขาก็แข็งแรงขึ้น มีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น เริ่มยิ้มเป็นครั้งแรก แม้พัฒนาการของเขาจะเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ และ ชอบอยู่คนเดียว แต่อ๋อยก็ยังเล่นสนุกเหมือนเด็กอื่นๆ และเราคาดหวังว่าเขาจะพัฒนาทั้งทางร่างกายและอารมณ์ต่อไปเรื่อยๆ

 

แบงค์

ในปี 2548 คุณหมอจินตนาถได้พบเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อเอชไอวี 3 คนที่อยู่ในอาการโคม่า และยังไม่ได้รับการดูแลรักษาใดๆ เธอบอกกับเราว่า พวกเขากำลังจะตายถ้าบ้านแกร์ด้าไม่ช่วยทำอะไรสักอย่าง เราตกลงในทันทีที่จะรับเด็กทั้ง 3 มาอยู่ด้วย แต่โชคร้ายเด็กคนหนึ่งตายในวันเดียวกันนั้นก่อนที่เราจะได้ช่วยอะไรเขา

แบงค์เป็นหนึ่งในเด็กสองคนที่รอดชีวิต เราดูแลเขาอย่างใกล้ชิดที่โรงพยาบาล แบงค์อยู่ที่นั่นประมาณ 3 อาทิตย์ หลังจากนั้นแบงค์กลับมาอยู่บ้านแกร์ด้าและได้มีชีวิตใหม่กับครอบครัวใหม่ที่บ้านแกร์ด้า ซึ่งรักและดูแลเอาใจใส่เขาอย่างดี แบงค์มีการตอบสนองต่อการรักษาที่ดีมาก เขาแข็งแรงขึ้น และเป็นเด็กฉลาด อยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ

 

หนิง

หนึงเป็นเด็กอีกคนที่ถูกพามาที่บ้านแกร์ด้า โดยคุณหมอจินตนาถ โดยมาพร้อมๆกับแบงค์ เธอมีอาการที่แย่มาก ตามรูปที่ด้านล่าง ผิวหนังเต็มไปด้วยแผล หนิงอยู่โรงพยาบาลประมาณ 3 อาทิตย์เพื่อการรักษาในขั้นต้นและการให้อาหารทางสายยาง

เมื่อกลับมาอยู่บ้านแกร์ด้าและได้พบกับครอบครัวใหม่ หนิงผูกพันอย่างรวดเร็วกับแม่ที่เลี้ยงดูเธอ และสุขภาพของเธอดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

วันนี้ หนิงเปลี่ยนไปจนจำแทบไม่ได้ต่างจากวันแรกที่เธอมาถึงมากมาย เธอมีความสุขและมีมนุษยสัมพันธ์ดี

Ning

 

ต๊อกแต๊ก

ฝ่ายพยาบาลของเราคนหนึ่งได้มีโอกาสไปเยี่ยมที่ศูนย์ดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และที่นั่นเธอได้พบกับ ต๊อกแต๊ก ในตอนแรกที่พบกัน ต๊อกแต๊กยังดูดี ไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วง แต่อีก 6 เดือนต่อมาอาการของต๊อกแต๊กทรุดลงมาก จนถูกส่งไปโรงพยาบาลในท้องถิ่นเพื่อรักษาอาการติดเชื้อในหลายๆระบบ หลังจากออกจากโรงพยาบาล เราพาต๊อกแต๊กไปอยู่บ้านแกร์ด้าด้วย

ต๊อกแต๊กยังคงป่วยหนักอยู่เรื่อยๆ แต่ด้วยความรัก และ การดูแลอย่างใกล้ชิดจากครอบครัวและฝ่ายพยาบาล เขาเริ่มมีอาการดีขึ้น เริ่มยิ้มได้ แต่โชคไม่ดีนักที่เขามีปัญหากับปอด ซึ่งอาจจะมีผลในอนาคตได้ สาเหตุนี้เคยทำให้เด็กของเราคนหนึ่งต้องตายเมื่อหลายปีก่อน แต่เราก็ยังไม่อาจจะคาดเดาได้อย่างถูกต้อง แต่ตอนนี้เราจะทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่า ต๊อกแต๊กมีความสุขกับชีวิตของเขา

Dokdek