รายงานประจำปี

กรุงเทพ, 2549

เราเขียนรายงานประจำปี เพื่อรายงานให้คุณรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้น เมื่อปีก่อน รายเขียนรายงานประจำปีเกี่ยวกับสุขภาพของเด็กๆที่อยู่ในเกณฑ์ดีสม่ำเสมอ และมีชีวิตเหมือนเด็กปกติ เราได้รับเด็กใหม่มา 15 คนในช่วงปลายปี 2548 . 1 ปีผ่านไป และสมาชิกใหม่ของบ้านก็แข็งแรงพอที่จะเข้าร่วมกิจกรมมต่างๆในสังคมของเรา และสามารถจะไปโรงเรียนได้เหมือนเด็กอื่นๆ.

Dokdek
Dokdek

ต๊อกแต๊ก ,เป็นเด็กที่มีอาการน่าเป็นห่วง เขามีปัญหารุนแรงเกี่ยวกับปอด ซึ่งต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดจาก กุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้าน HIV ทั้งหมอที่ดูแลเด็กๆบ้านแกร์ด้าอยู่ และ หมอผู้เชี่ยวชาญจากที่อื่นๆ  หมอไม่สามารถยืนยันได้ว่า ต๊อกแต๊กจะสามารถมีชีวิตแบบเด็กปกติได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต ในปัจจุบัน ต๊อกแต๊ก มีความสุขกับชีวิตวัยเด็ก  หัวเราะ และ เล่น กับเพื่อน และ พ่อแม่ที่เลี้ยงดูเขา.

เราเขียนถึง ตะวัน  เด็กทารกที่เข้ามาอยู่ในบ้านแกร์ด้า ตอนแรกยังไม่แน่ใจว่าตะวันติดเชื้อหรือไม่  แต่ในที่สุดผลตรวจก็ออกมาว่าตะวันติดเชื้อ  เขาได้เริ่มรับยาต้าน HIV และสามารถทนกับยาได้ดี โดยไม่มีอาการแพ้ และกำลังเติบโตท่ามกลางความรัก และ การดูแลของทุกคน ในฐานะสมาชิกอายุน้อยที่สุดในบ้านแกร์ด้า.

The new BaanGerda workshop

บ้านหลังเก่า ได้รับการปรับปรุง โดยขยายห้องเพิ่ม เพื่อรองรับความต้องการของเด็กวัยรุ่น บ้านที่ปรับปรุงใหม่นี้ ออกแบบให้มีห้องสำหรับเด็ก 2 คน ที่จะใช้ห้องร่วมกัน ซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เช่นเดียวกับห้องน้ำ ที่ปรับปรุงให้มิดชิด เป็นส่วนตัวขึ้น

ตอนนี้เราเริ่มมีเด็กวัยรุ่นอยู่จำนวนหนึ่ง และ กำลังจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราเริ่มวางแผนสำหรับพวกเขาให้มีชีวิตแบบเด็กที่โตมากขึ้น เช่น เขาอาจจะไม่ต้องเข้านอนตอน 2 ทุ่มพร้อมกับน้องเล็กๆในบ้าน โดยเขาอาจจะใช้เวลาส่วนตัวอยู่ในห้องของเขา หรือจะไปทำกิจกรรมในอาคารกิจกรรมก็ได้

อาคารกิจกรรมหลังใหม่  เป็นศุนย์รวมของกิจกรรมหลายๆอย่างของบ้านแกร์ด้า ด้วยความสนับสนุนของคณะบาทหลวงชาวออสเตเลีย เรามีห้องฝึกอาชีพทั้งงานเย็บผ้า และ งานไม้ โดยพ่อแม่ผู้เลี้ยงเด็กของเราจะได้รับการฝึกสอนจากผู้เชี่ยวชาญจากกรุงเทพ และเขาจะทำงานในห้องฝึกอาชีพ 6 ชั่วโมงต่อวัน ในช่วงที่เด็กๆไปโรงเรียน สำหรับเด็กเล็กๆ ก็จะมีมุมสำหรับเลี้ยงดู อยู่ในห้องฝึกอาชีพ เพื่อให้พ่อแม่สามารถทำงานได้โดยไม่มีความกังวล หรือ ถูกรบกวน

วัตถุประสงค์ ของห้องฝึกอาชีพ:
- การฝึกอาชีพ ทำให้เด็กๆเกิดความคุ้นเคย และเมื่อเขาโตพอเขาก็จะได้รับการฝึกฝน เพื่อเป็นอาชีพของตัวเองได้.
- เป็นการเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเอง ของพ่อแม่ที่เราจ้างมาดูแลเด็กๆ เมื่อมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นก็ส่งผลดีต่อการดูแลเด็ก.
- ในอนาคต เราจะมีงานฝีมือที่ผลิตจากบ้านแกร์ด้าออกขาย ก็จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับพ่อแม่ของเด็กๆ.

Activity House

ดนตรี , คอมพิวเตอร์ , มุมอ่านหนังสือ ถูกจัดอยู่ชั้นบนของอาคารกิจกรรม อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เด็กๆจะเรียนดนตรี เด็กบางคนเลือกเรียนดนตรีไทย บางคนเรียนดนตรีสากล ซึ่งเรามีเครื่องดนตรีเตรียมไว้ให้ และบางครั้ง ดนตรีไทยก็ผสมผสานกับดนตรีสากลได้อย่างสนุกสนาน.

ห้องคอมพิวเตอร์อยู่ตรงข้ามกับห้องดนตรี ตอนแรกเรามีคอมพิวเตอร์ 9 เครื่องที่ได้รับบริจาคมาจากบรัทเยอรมัน ในประเทศไทย เราซ่อมแซมให้เครื่องใช้ได้อย่างทันสมัย และ ติดตั้ง อินเตอร์เนทไว้ 2 เครื่อง เพื่อให้เด็กๆสามารถค้นคว้าข้อมูล หรือ ติดต่อกับคนอื่นๆได้.

มุมอ่านหนังสือ เป็นส่วนที่เด็กๆชอบ บางครั้งที่เรามีอาสาสมัครมาสอนภาษาอังกฤษ ก็จะใช้ส่วนนี้เป็นที่เรียน เราเคยมีอาสาสมัครเป็นนักศึกษาจากประเทศอังกฤษชื่อ Lis ซึ่งสอนเด็กๆให้เรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างสนุกสนาน.

การพัฒนาในอนาคต

- อาคารห้องสมุดเก่า จะปรับปรุงเป็นบ้านพักสำหรับเด็กๆ เราจะมีครอบครัวใหม่ มีเด็กประมาณ 10 คน และ ผู้เลี้ยงดูเด็กอีก 2 คน.

Lunchtime

- นักโภชนาการ จากมหาวิทยาลัยมหิดล เข้ามาเก็บข้อมูล เพื่อวางแผนช่วยเราจัดระบบโภชนาการที่ดีขึ้นให้กับเด็กๆ เพราะจากการศึกษาวิจัย ทำให้พบว่า เด็กที่ติดเชื้อ มักจะมีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กปกติ หรือ มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ ดังนั้นพวกเขาจึง ต้องการสารอาหารมากกว่าเด็กปกติ ในปีหน้า เราจะเริ่มปรับรายการอาหารของเด็กๆ รวมทั้งลักษณะนิสัยการกิน และเราจะสังเกตุ จดบันทึกพัฒนาการของเด็กๆไว้เพื่อเปรียบเทียบ.

จริงๆแล้ว เราเก็บรายละเอียด เกี่ยวกับประวัติ สุขภาพ และการเจริญเติบโตของเด็กๆไว้ตั้งแต่แรกที่เด็กเข้ามาอยู่กับเรา และเก็บต่อเนื่องเป็นระยะๆ นั่นทำให้ เรามีข้อมูลที่ดี ในการศึกษาวิจัย ว่าการโภชนาการมีผลที่ดีต่อเด็กที่ติดเชื้อมากน้อยแค่ไหน การศึกษาวิจัยต่างๆ จะทำให้เราสามารถพัฒนาการดูแลเด็กๆที่ติดเชื้อได้ดีขึ้นต่อไป.

เมื่อบ้านหลังสุดท้ายของบ้านแกร์ด้าเต็ม เราก็คงต้องหยุดการรับเด็กเพิ่ม ยกเว้นในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เราจะไม่รับเด็กมาเกินความสามารถที่เราจะดูแลได้.

สำหรับทุกคนในบ้านแกร์ด้า เราอยากจะบอกว่า “ขอบคุณมาก” จากหัวใจของเรา สำหรับทุกสิ่งที่พวกคุณทำให้บ้านแกร์ด้า


คาร์ล & ทัศนีย์